ในวันที่ฉันป่วย

คนเราเวลาจะป่วยบางที่ก็ไม่รู้เนื้อรู้ตัว กว่าจะรู้ว่าป่วยก็คือป่วยไปแล้วก็มี ครั้งนี้เองก็เหมือนกันเพราะปรกติไม่ได้เป็นคนเจ็บออดๆแอดๆทานยาเม็ดสองเม็ดก็หาย แต่เคสนี้เอาไม่อยู่แฮะ

เรื่องมันเกิดกลางดึกเลย ทั้งๆที่ก่อนนอนก็ยังคุยเล่นกับเพื่อนๆน้องๆ แกล้งกันโพสรูปอาหารตอนดึกๆแล้วก็แยกย้ายกันเข้านอนไป จำได้ว่าตื่นมาอีกทีเพราะเสียงฟ้าร้องแล้วแสงฟ้าแลบก็แยงตา ปวดท้องแบบบิดจนตัวบิดตาม แรกๆก็พยายามนอนต่อเผื่อว่าถ้าหลับแล้วจะได้ไม่รู้สึกเจ็บ ตื่นมาตอนเช้าอาการอาจจะหายไป แต่คิดผิดจังหวะที่ปวดท้องเป็นช่วงๆถึงกับปลุกตัวเองให้ตื่นขึ้นมาทรมาณ ยกสองนี้พยายามลุกขึ้นมาหาคาบอนทาน ระหว่างหาแผงยามือก็สั่น ทานยาไปด้วยความมั่นใจว่าเดี๋ยวทานยาไปก็ดีขึ้นแน่ๆ เพราะปรกติแค่คาบอนสองสามเม็ดก็เอาอยู่เข้าไปเคลียร์ แต่ก็ไม่ใช่

คาบอนที่ทานไปสามเม็ดไม่มีผลอะไรเลย จับๆพุงตัวเองกลมแน่นมีแก๊สในกระเพาะจนพุงตึงเป็นลูกโป่ง ณ จุดนั้นเริ่มกังวลว่าจะเอายังไงดี สิ่งที่ผ่านเข้ามาในหัวคือ อาหารไม่ย่อย แล้วเป็นพิษอยู่ในกระเพาะแน่ๆ อาการแบบนี้คือร่างกายพยายามเอาพิษออก แต่ว่าทางไหนดีไม่ถ่ายท้อง ก็อาเจียน ปัญหาคือมีอาการตอบรับหมดทุกอย่าง มีอาการพะอืดพะอม พยายามอาเจียนแต่ไม่มีอะไรออกมา มีอาการปวดห้องน้ำแต่ก็ยังไม่มีอะไรออกมา ณ จุดนี้เริ่มสงสารร่างกายแล้วไม่รู้จะเอายังไงดี แต่ก็หลับไปด้วยความเพลีย(จากการพยายามอาเจียน)

รู้สึกตัวอีกทีเพราะปวดท้องอีกรอบ แต่ดีใจนิดๆเพราะเริ่มรู้สึกอยากถ่ายนิดๆ แล้วก็เป็นไปแบบที่เดาไว้คือถ่ายเหลวเป็นน้ำ แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก ที่แน่ๆคือต้องเตรียมน้ำกินไว้เพราะเดี๋ยวสถานการณ์จะเหมือนท้องเสียแล้ว (เดี๋ยวร่างกายขาดน้ำ) ยังคงมีอาการอยากอาเจียนอยู่ ร่างกายยังพยายามเอาของเสียออกแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ออก จนเพลียหลับไปอีกรอบ

ตื่นมาครั้งสุดท้ายฟ้าเริ่มสางแล้วเริ่มคิดแล้วว่าจะเอายังไง ถ้าลางานที่บ้านก็ไม่มียาอยู่ดี ถ้าคาบอนเอาไม่อยู่ยังไงก็ต้องใช้ยาช่วย ควรจะต้องไปหาหมอก่อนแล้วค่อยว่ากัน โซเซๆไปอาบน้ำรู้สึกตัวรุมๆแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร ราดน้ำก็สบายตัวขึ้นมาหน่อย วันนี้เลยออกไปทำงานเช้ากว่าปรกติ ไปถึงที่คลีนิคในแบบกึ่ง auto pilot (จริงๆนะ) รับบัตรคิวแล้วก็เริ่มหาแหล่งพลังงาน อะไรก็ได้ที่เป็นน้ำ ร้อนๆ และหวานๆ เพราะรู้ตัวว่ายังไงกระเพาะไม่ย่อยอะไรแน่ๆ ปรกติเป็นคนทานกาแฟดำ แต่ครั้งนี้ต้องชาร้อนน้ำตาลสองซองมาดื่มก็รู้สึกดีขึ้น (แสดงว่าน้ำตาลตกจริงๆปวดมาทั้งคืนไม่ได้นอน ไม่ได้กินอะไร)

ปรกติเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มความดันค่อนข้างสูง วันนี้ความดันปรกติออกไปทางต่ำ พอจะเดาได้เลยว่างานนี้หนักจริงๆ ช่วงตรวจโรคก็เล่าให้ จนท. แล้วก็หมดฟังละเอียดๆแบบข้างบนนั่นว่าอาการเริ่มช่วงไหน กี่ชั่วโมงแล้ว กินยาอะไรไปบ้าง สรุปออกมาก็คาดว่าลำไส้น่าจะติดเชื้อ (เพราะปรกติถ้าท้องเสียธรรมดา คาบอน น่าจะเอาอยู่) ได้ยาฆ่าเชื้อมาหนึ่งชุด ในแบบที่ต้องกินให้ครบโดสไม่งั้นจะเสี่ยงการดื้อยา (ได้ยาแบบนี้มาไม่ธรรมดาจริงๆนะ) มีคาบอนมาเสริมทัพอีกแผง มียาแก้คลื่นไส้อีกแผง แล้วก็ยังถามว่ามีไข้หรือเปล่า ก็ยิ่งให้พอจะเดาได้อีกว่าหนักจริง (มีไข้เป็นอาการตอบสนองพื้นฐานของการอักเสบในร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่ง) แล้วก็การกำชับรายการอาหารที่ “ห้ามกิน”

ถ้าดูจากจำนวนยาฆ่าเชื้อที่ได้มา ก็ไม่ต้องคิดเรื่องว่าสุดสัปดาห์นี้จะกินอะไรตามใจปากเลย แต่เอาจริงๆก็ไม่ได้เลวร้าย เพราะกำลังสนุกกับการนึกว่ากินอะไรได้บ้าง และร้านไหนมีของกินอร่อยๆที่พอกินได้ … เอาเข้าจริงๆนี่ก็นึกๆอยู่นะ กระเพาะอ่อนแอแบบนี้น่าจะเป็นจังหวะอันดีในการลด portion ในการกินลงได้นะเนี่ย แต่ถ้าหายอย่าให้มันโยโย่ก็แล้วกัน วัยรุ่น(ไหน)จะเซ็ง

%d bloggers like this: