16 มิถุนายน 2561 1

16 มิถุนายน 2561

เรื่องของเรื่องมันเริ่มต้นจากเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนงงตามประสาคนนอนดึกทำโน่นทำนี่ไม่ยอมนอนสักที ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรก็คิดว่าเป็นอาการปกติเพราะว่านอนน้อย มีหูซ้ายอื้อบ้าง ก็นึกว่ามาจากแพ้อากาศ กะว่าเดี๋ยวล้างจมูกสักหน่อยก็คงหายแต่จริงๆร่างกายมันแย่กว่านั้น ตัวเราเองต่างหากที่ยังไม่รู้ตัว

ก็อดทนไปทำงานทั้งมึนๆแบบนั้นแหละ แต่ลุยไปได้สักครึ่งวันก็ไม่ไหว คิอคิดอะไรไม่ออกเลย ถ้าไม่ตื้อๆในหัว ก็จะหลับซะให้ได้ ตัดสินใจไปหาหมอก่อนเดี๋ยวค่อยว่ากัน ก็เลยมาเริ่มรู้สึกว่าเอ๊ะทำไมโลกมันหมุนๆ (ตอนนั่งทำงานก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก) ระหว่างรอคุยกับหมอมันก็หมุนมากขึ้นเรื่อยๆ อาการเหมือนเมารถทั้งๆที่นั่งเฉยๆ เริ่มมีอาการคลื่นไส้อยากจะอาเจียนออกมา ตรวจร่างกายแล้วก็ไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติ คิดว่าคงแค่เรานอนน้อย ก็เลยมีอาการข้างเคียงเป็นแบบนี้หรือถ้าจะให้ดีก็ควรจะตรวจการได้ยินอีกทีว่าเป็นอาการเกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่เรียกว่าโรคน้ำในหูไม่เท่ากันหรือเปล่า หลังจากนั้นหมอก็ให้ยาแก้ ตามอาการ แต่สภาพตอนนั้นคงไม่ไหวจริงๆก็เลยโดนฉีดยาไปก่อน 1 เข็ม หลังจากนั้นก็หลับไม่รู้เรื่องไปเลยก็คิดว่าอาการดีขึ้นแล้ว

กลับบ้านรีบนอนตามปกติทำเรื่องขอลาป่วยไว้ด้วยกะว่าจะพักผ่อนให้เต็มที่กะว่าตื่นมาตอนเช้าน่าจะหายดีแล้ว (กะว่าจะนอนคืนทุนว่างั้นแหละ) แต่มาช่วงเช้าวันนั้นอาการหนักกว่าเดิม นอนอยู่เฉยๆก็มีอาการบ้านหมุน อาเจียนออกมาทั้งที่ยังไม่ได้กินอะไรเวียนหัวจนอาเจียนไม่หยุด สุดท้ายก็เลยตัดสินใจไปโรงพยาบาลและตรวจละเอียดอีกรอบนึง ผลก็ออกมาว่าร่างกายทุกอย่างปกติดี การได้ยินก็ปรกติซึ่งหมายความว่าหูเราไม่มีการัอักเสบหรือติดเชื้ออะไร ก็ยังคงเหลือเหตุเดียวก็คือ พักผ่อนไม่พอ (จนพีค) และมีภาวะเครียด ทำอะไรไม่ได้นอกจากผักผ่อนและทานยารักษาตามอาการถ้าคิดว่าไม่หายอาจจะต้องตรวจละเอียดมากกว่านี้ โชคยังดีที่กลับมาพักผ่อนสักวันอาการก็ดีขึ้น ช่วงนี้เลยต้องปรับตารางชีวิตใหม่ เพราะหลาบจำได้ว่าเวลาป่วยจริงๆอะไรก็ไม่สำคัญขอแก้ให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงก็พอแล้ว

หลายๆครั้งเวลาที่เราบอกว่ารักตัวเอง จริงๆแล้วเราก็ยังคงห่วงโน่นห่วงนี่ห่วงสิ่งอื่นๆอยู่ตลอดเวลา จนกว่าสภาพร่างกายและจิตใจของเราจะทนไม่ไหว ล้มพับไปต่อหน้าต่อตาแบบที่เกิดขึ้นนี่แหละ ถึงจะมานั่งรู้กันจริงๆว่าเรากำลังโกหกตัวเอง เรื่องของสุขภาพร่างกายที่เคยพลัดผ่อนมาตลอดเวลาก็กลายเป็นเรื่องที่สำคัญอันดับหนึ่งขึ้นมาทันทีอะไรที่เคยบอกว่าพรุ่งนี้ก็ทันกลายเป็นว่าเขาเริ่มทำเดี๋ยวนี้วินาทีนี้ เอาเข้าจริงๆก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไรมีเวลาสำหรับการออกกำลังขึ้นมาทันใด สุดท้ายก็โทษใครไม่ได้ต้องโทษตัวเอง : )

%d bloggers like this: